TKP HEADLINE

กศน.ตำบลแม่ยางร้อง วัดบุญภาค

วัดบุญภาคสร้างเมื่อ พ.ศ. 2451 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2522 ปัจจุบัน วัดบุญภาคตั้งอยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ที่ 5 บ้านบุญภาค ตำบลแม่ยางร้อง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ เมื่อ พ.ศ. 2450 มีนายรอด ลือโลก นายแจ ลือโลก และนายจา ลือโลก ได้อพยพครอบครัวมาจากบ้านเหมืองหม้อ ตำบลเหมืองหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ มาจับจองที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นป่ารกที่ราบกว้าง แล้วตั้งบ้านเรือนกันขึ้น เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ต่อมาชาวบ้านจากหลายตำบล ได้อพยพมาจับจองที่ตั้งครอบครัวอยู่ด้วยหลายครอบครัว เช่น อพยพมาจากตำบลเหมืองหม้อ ตำบลแม่หล่าย ตำบลบ้านถิ่นและตำบลเวียงทอง อำเภอเมืองแพร่ เป็นต้น ขณะนั้น ณ ที่แห่งนี้ มีครอบครัวอยู่ประมาณ ๓๐ หลังคาเรือน ได้แต่งตั้งนายคำ วันร้อง เป็นผู้ใหญ่บ้านและได้ปรึกษาหารือกันตั้งชื่อหมู่บ้านขึ้นชื่อว่า "หมู่บ้านแม่ยางร้อง" สาเหตุที่ตั้งชื่อนี้เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ได้อาศัยลำห้วยหรือร่องน้ำ คือ ห้วยแม่ยางน้อยซึ่งไหลผ่านหมู่บ้านตั้งแต่เหนือจดใต้ ด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้าน (ภาษาคำเมืองเหนือ "ร้อง" แปลว่า "ร่องน้ำ" ) จึงตกลงตั้งชื่อว่า "บ้านแม่ยางร้อง" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๑ ชาวบ้านได้พาจับจองที่ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่เศษ จัดตั้งวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในหมู่บ้านเมื่อปรึกษาหารือและตกลงกันเรียบร้อยก็ได้พากันปรับสถานที่ แล้วช่วยกันปลูกกุฏิไม้มุงด้วยหญ้าคาขึ้นหลังหนึ่ง ปลูกศาลาสำหรับทำบุญชั่วคราวขึ้นอีกหลังหนึ่ง เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ได้นิมนต์ พระยศ จากวัดป่าแดงอำเภอเมืองแพร่ มาจำพรรษา เพื่อโปรดศรัทธาในหมู่บ้าน และได้มีเจ้าอาวาสอีกหลายรูป จนกระทั่งถึงวันที่ 6 มีนาคม 2499 จึงได้พร้อมใจกันย้ายวัดออกมาสร้างใหม่ติดกับทางหลวงและเปลี่ยนชื่อเป็นวัดบุญภาคและได้นิมนต์ พระทิพย์ อหึสโก ซึ่งขณะนั้นท่านกำลังช่วยเป็นครูสอนโรงเรียนปริยัติธรรมให้กับพระกิตติชัยวัฒน์ ณ วัดแม่ยางตาล คณะศรัทธาได้ร่วมกันบูรณะพัฒนาวัดให้เจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด พระทิพย์ได้รับ แต่งตั้งเป็นพระสังฆาธิการ คือ เจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะอำเภอร้องกวาง ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสุนทรธรรมสาร จนกระทั่งท่านได้มรณภาพเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ๒๕๓๖ และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพเมื่อเดือนมีนาคม 2538 พ.ศ. 2537- 2540 พระรุ่ง ปภสฺสโร ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ได้ร่วมกับคณะศรัทธาสร้างรูปเหมือนของพระครูสุนทรธรรมสาร (ทิพย์ อหึสโก) เพื่อให้คณะศรัทธาญาติโยมได้สักการะบูชา ต่อมา พ.ศ. 2540 พระอธิการรุ่ง ได้ย้ายกลับไปจำพรรษาที่วัดแม่ยางยวง ต่อมามีเจ้าอาวาสคือ พระอธิการชาติ จนฺทธมฺโม ซึ่งมรณภาพเมื่อ พ.ศ. 2444 และพระอธิการชูชาติสติสมฺปนฺโนทำหน้าที่แทนและท่านได้ขอย้ายไปจำวัดที่วัดแม่ยางกวาว จนกระทั้งปัจจุบันนี้ พระปลัดถนอม ฐานวุฒฑฺโฒ เป็นเจ้าอาวาสวัดบุญภาค


กศน.ตำบลแม่ยางร้อง กระเป๋าผ้าด้นมือ

กระเป๋าผ้าด้นมือ

กระเป๋าผ้าด้นมือ มีหลายหลายรูปแบบให้เลือก ลูกค้า สามารถสั่งทำได้ หรือนำตัวอย่างมาให้ทางเราทำ ก็สามารถสั่งได้ หรือ้อยากได้แอ๊บแต่งเป็นรูปอะไรเลือกได้เลยคะ ราคาไม่แพง สนใจสั่งได้ที่กลุ่มผ้าด้นมือบ้านสันกลางหมู่ที่ 3
ต.แม่ยางร้อง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ หรือที่คุณสุพิน สันป่าแก้ว โทร094-7594539






กศน.ตำบลแม่ยางร้อง กลุ่มจักสานไม้ไผ่


กลุ่มจักสานไม้ไผ่


กลุ่มจักสานไม้ไผ่ บ้านสันกลาง หมู่ที่ 3 ต.แม่ยางร้อง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ มีผลิตภัณฑ์ได้แก่ กระติ๊บข้าว กระเป๋า กล่องข้าวสำหรับใส่กระติก ตะกร้า ฯลฯ มีหลากหลายรูปแบบ สามารถสั่งทำได้ จะใช้เอง เป็นของฝาก หรือจะไปขายต่อสามารถสั่งได้ที่ 094-7817786,0848075237


กระเป๋าจากไม้ไผ่ เพิ่มสีสัน และความเป็นเอกลักษณ์ของงานไม้ไผ่ให้สวยงาม สนใจสั่งซื้อได้หรือจะสั่งทำได้ตามแบบที่ต้องการอ่านเพิ่มเติม

หน้าร้อนแบบนี้พัดไม้ไผ่ช่วยท่านได้ ราคา 25 บาท


กระเป๋าสตางค์สัีสันสวยงาม ราคา 80 บา




กศน.ตำบลแม่ตาล ยาสมุนไพร ฆ่าพยาธิ

ยาสมุนไพร ฆ่าพยาธิ
ผู้ประกอบ
นายสนั่น วงศืสิงห์ อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 34 ม.4 บ้านแม่ยางโทน ตำบลแม่ยางตาล อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ โทร. 0844133490
ส่วนประกอบ 1.ใบเครือหญ้าหนอนตาย 2.กาน้ำ 3. น้ำสะอาด
วิธีทำ 1. นำใบเครือหญ้าหนอนตาย มาล้างให้สะอาด และ้วท้ิงให้สะเด็ดน้ำ 2. นำใบเครือหญ้าหนอนตายที่สะเด็ดน้ำแล้วเอามาหั่นเป็นท่อนๆ ยาว ประมาณ 4 นิ้ว แล้วนำตอกมามัดเป็นกำๆ 3.นำใบเครือหญ้าหนอนตายที่มัดแล้วมาใส่ในกาต้ทน้ำ และเทน้ำ ให้ท้่วมใบเครือหญ้าหนอนตาย 4.นำมาตั้งไฟ และต้มให้น้ำจนเดือดแก่ๆ และยกลง ทิ้งไว้สักครู่ พอให้อุ่นๆ แล้วนำมาเทลงในแก้วน้ำประมาณ ครึ่งแก้ว แล้วยกดื่ม วิธีรับประทาน ให้ดิ่ม 1- 3 แก้ว ภายใน 1 วัน ให้หยุดกิน แต่ถ้ายังไม่ หาย ต้องรอให้ครบอีก 7 วัน กลับมาต้มใหม่
สรรพคุณ 1. ใช้ ฆ่าพยาธิ
นายสนั่น วงศืสิงห์ / ผู้ให้ข้อมูล สุวภัทร ฟองย้อย / ผู้เรียบเรียง


กศน.ตำบลแม่ยางตาล การสานแห สวิง

การสาน แห สวิง

ผู้ประกอบการ
นางหล่วน ทะนันชัย อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 2/1 ม.4 บ้านแม่ยางโทน ตำบลแม่ยางตาล อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ โทร 08462013048
ประวัติความเป็มา
แห สวิง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ชนิดในชนบทที่เป็นเครื่องมือใช้ในการทำมาหากิน เนื่องจากเป็นอุปกรณ์หาปลาตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ไว้หว่านเพื่อจับปลา ซึ่ง นางหล่วน ทะนันชัย ได้ทำเป็นอาชีพ นานมาเป็นระยะเวลา 30 ปี ทีผ่านมา ได้ทำขายตลอด แต่ปัจจุบัน ได้ทำเฉพาะที่มีออร์เดอร์เข้ามาเท่านั้น
นางหล่วน ทะนันชัย / ให้บ้อมูล สุวภัทร ฟองน้อย / ผู้เรียบเรียง



ตำบลแม่ยางตาล การไพคา

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

การไพคา

นางทับ เลื่อนชิด อายุ 67 ปี บ้านเลขที่ 122/2 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่ยางตาล อำเภอร้องกวาง
ประวัติการประกอบอาชีพเริ่มการทำไพคา มาตั้งแต่อายุ 20 ปี และทำมามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันร่วม 40 กว่าปี มาแล้ว โดยการทำรับตามออร์เดอร์ หรือทำไว้ขาย ซึ่งเป็นอาชีพปัจจุบัน
นางทับ เลื่อนชิด / ผู้ให้ข้อมูล สุวภัทร ฟองย้อย / ผู้เรียบเรียง

กศน.ตำบลแม่ยางตาล งานปั้นฝุ่นไม้

งานปั้นฝุ่นไม้

งานปั้นฝุ่นไม้

ประวัติความเป็นมา : เริ่มแรกจากผู้ที่เคยอยุ่ในเรือนจำ ซึ่งเขาได้ฝึกอบรมวิชาชีพ การปั้นฝุ่นไม้ รูปแรกคือการปั้นรูปมังกร และได้มาถ่ายทอดให้กับผุ้ที่มีความสนใจในชุมชนที่ตนเองอยู่ จนสามารถที่จะนำไปออกขายได้และก็ได้ฝึกฝนมาเรื่อยๆ ในระยะ 2 ปี แรก และมีการพัฒนาปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เรื่อยๆ และได้รับงานจาก ออร์เดอร์ จนมาถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 15 ปี

ผู้ประกอบอาชีพคือ

นายเรียน สุติราช อายุ 55 ปี อยู้่บ้านเลขที่153/1 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ยางตาล อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ โทร 0883003895
ปัจจุบันดำรง ตำแหน่ง ผช.ผญ. หมู่ 6 บ้านแม่ยางม่อน ตำบลแม่ยางตาล อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่
นายเรียน สุติราช / ให้ข้อมูล สุวภัทร ฟองย้อย / ผู้เรียบเรียง


ศศช.บ้านห้วยฮ่อมล่าง ประเพณีเปลี่ยนชื่อ

ประเพณีเปลี่ยนชื่อ


พิธีสู่ขวัญตั้งชื่อ (Hu plig tis npe)
ความเป็นมา
การสู่ขวัญตั้งชื่อจะทำการสู่ขวัญหลังเด็กเกิดได้สามวัน สมมุติว่าเด็กเกิดวันที่ 1 มกราคม 2546 จะมีพิธีสู่ขวัญตั้งชื่อในวันที่ 4 มกราคม 2546 โดยมากชื่อที่ตั้งขึ้นนั้น พ่อแม่เด็กจะเป็นผู้ตั้งให้เอง แต่ถ้าพ่อแม่เด็กไม่ทราบว่าจะตั้งชื่อว่าอย่างไรดี จะไพเราะจะเป็นสิริมงคล ก็จะให้ทางฝ่ายญาติที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ตั้งให้ หรือหมอขวัญตั้งให้ก็ได้ ชื่อที่ตั้งจะมีพยางค์เดียว เช่น “ตั่ว” แปลว่าคนที่หนึ่ง หรือ “เหย่อ” แปลว่า น้องคนสุดท้อง เป็นต้น


ศศช.บ้านห้วยฮ่อมล่าง ประเพณีปีใหม่ม้งบ้านห้วยฮ่อมพัฒนา

ประเพณีปีใหม่ม้งบ้านห้วยฮ่อมพัฒนา

บ้านห้วยฮ่อมพัฒนา หมู่ 13 ตำบลบ้านเวียง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) ที่ห่างไกลความความเจริญ การคมนาคมเข้าหมู่บ้านเป็นไปด้วยความลำบาก ในปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ สังคม มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความเจริญทางด้านเทคโนโลยี หรือด้านวัตถุนิยมเข้ามา มีบทบาทมากขึ้นทำให้วิถีชีวิตชาวเขาในพื้นที่บ้านห้วยฮ่อมพัฒนาเปลี่ยนไป สังเกตได้จากวัฒนธรรมการแต่งกายตามยุคสมัย การดำเนินวิถีชีวิตที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสังคมเหมือนคนพื้นราบ โดยเฉพาะในกลุ่ม วันรุ่น หนุ่ม สาว ไม่ค่อยใส่ใจวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ที่มีมาแต่ตั้งดั้งเดิมหากไม่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว วัฒนธรรม ประเพณี ที่ดีงามนั้นคงต้องเลือนหายไป
ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยฮ่อม จึงร่วมกับผู้อาวุโส ผู้นำ และคณะกรรมการหมู่บ้านและหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกจิตสำนึกถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีดีงามของชนเผ่าม้ง ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในเทศกาลปีใหม่ จึงได้จัดโครงการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีวิถีชนเผ่าม้ง เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ ชาวบ้านได้อนุรักษ์หวงแหนวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชนเผ่าให้ความเรื่องทักษะชีวิต และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตลอดจนเป็นการบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลายทั่วถึง บริการด้านแหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย ทั้งด้านการพัฒนาอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตมีนิสัยรักการอ่านอันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาตนเอง และประชาสัมพันธ์ งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอร้องกวาง และส่งเสริมการท่องเที่ยวในหมู่บ้าน
ประเพณีปีใหม่(Noj peb caug.)
ความเป็นมา
ของประเพณีปีใหม่ สืบเนื่องมาจากการทำมาหากินโดยปกติเอง การทำมาหากินของพี่น้องชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จะมุ่งทำงานตลอดปีโดยไม่มีการหยุดพักผ่อน จะมีเวลาว่างงาน ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม เล็กน้อย เพราะเป็นปลายฤดูฝน เข้าสู่ฤดูร้อน และเป็นเวลาสิ้นสุดของปี 1 รอบพอดี คนเฒ่าคนแก่เขาจึงได้จัดให้มีการกินปีใหม่ในช่วงนี้ คือจะถือว่า ปีเก่าสิ้นสุดลง ในแรม 15 ค่ำเดือน 12 ทางจันทรคติ และวันขึ้น 1 ค่ำของเดือน 1 หรือเดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่เป็นประจำทุกปีไป จุดมุ่งหมายก็เผื่อเป็นการพักผ่อน เพื่อพบปะ สังสรรค์กัน ในหมู่ผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนหนุ่ม ๆ สาว ๆ จะไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างหมู่บ้าน หรือเล่นโยนลูกช่วง ตีลูกช่วงสนุกสนานกันในหมู่บ้านก็ได้ อ่านเพิ่มเติม




ศศช.บ้านห้วยฮ่อมล่าง โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ศศช.บ้านห้วยฮ่อมล่าง

โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ศศช.บ้านห้วยฮ่อมล่าง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ที่เหลืออยู่ให้คงไว้ และฟื้นฟูส่วนที่เสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำ ให้มีการปลูกป่า เพื่อการอนุรักษ์และปลูกไม้เกษตรสำหรับไว้บริโภคภายในครัวเรือน ประชาชนในพื้นที่สามารถเก็บผลผลิตจากป่า เพื่อขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง ดังพระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ความว่า “..สร้างป่า สร้างรายได้ เป็นแนวทางการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้ เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าและมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชโดยไม่ทำลายป่าไม้ โดยการปลูกป่าร่วมกับพืชเศรษฐกิจ มีการปลูกไม้หลายๆ ระดับหลายๆ ชนิด มีทั้งไม้เรือนยอดสูงลดหลั่นกันลงมา นอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีรายได้แล้วยังทำให้ป่าไม้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย..
โครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามแนวพระราดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่ถูกทำลาย โดยดำเนินการไปพร้อมกันทั้งด้านสร้างจิตสำนึกด้วยกระบวนการศึกษาให้แก่เกษตรกรให้ร่วมฟื้นฟูป่า เป็นผู้รักษาป่าและอยู่กับป่าอย่างกลมกลืนแบบมีส่วนร่วม รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการสามารถนำไปประกอบอาชีพและเกิดรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจ ให้แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นไปตามพระราดำริเพื่อสร้างความยั่งยืนของโครงการ กิจกรรมที่กำหนดเป็นการใช้กระบวนการเรียนรู้เป็นกลไกขับเคลื่อนงานแก่ประชาชน เน้นการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยวิธีฝึกปฏิบัติจริงที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต พัฒนาและสร้างจิตสำนึกให้ตระหนักในคุณค่าของการอนุรักษ์ป่า และอาศัยอยู่กับป่าอย่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ส่งเสริมการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายที่ร่วมปฏิบัติงานในโครงการแนวราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในเรื่องการสร้างป่า สร้างรายได้
จังหวัดแพร่มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ในพื้นที่อำเภอร้องกวาง และเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม จำนวนทั้งสิ้น 15 ไร่ ประกอบด้วย บ้านครกหนานทา ตำบลห้วยโรงและบ้านห้วยฮ่อมพัฒนา ตำบลบ้านเวียง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่
เพื่อสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดแพร่โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดแพร่จึงได้จัดทำโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ขึ้น







ศศช.บ้านห้วยฮ่อมล่าง ชนเผ่าตองเหลืองมลาบรี

ชนเผ่าตองเหลืองมลาบรี

ข้อมูลทั่วไป
ชนเผ่ามาลาบรี (มละ) หรือ ผีตองเหลืองมาลาบรี (มละ) หรือ ผีตองเหลือง ชนกลุ่มนี้เรียก ตัวเองว่า “คนป่า” หรือ “มลาบรี” ไม่ชอบถูกเรียกว่า “ผีตองเหลือง” แต่ที่ผู้คนในที่ราบ คุ้นเคยกับคำว่า “ผีตองเหลือง” อาจเนื่องมาจากคนป่ากลุ่มนี้ มักชอบหายตัวไปอย่างว่องไว เมื่อเผชิญกับคนแปลกหน้าจะทิ้งไว้เพียงเพิงพัก ซึ่งมุงด้วยใบตองกล้วยป่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายวัน จนใบตองเปลี่ยนจากสีเขียว จนเป็นสีเหลือง มลาบรีเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มองโกลอยด์ดั้งเดิม เป็นกลุ่มชนเร่ร่อนไม่ตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง เดิมมีถิ่นฐานอยู่ใน เขตจังหวัด สายะบุรี ประเทศลาว ต่อมาเริ่มอพยพไปอยู่ตามที่ต่าง ๆ เช่น แถบภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ แถบภูกระดึง จังหวัดเลย และตามดอยสูงในป่าทางภาคเหนือ ของประเทศไทย ปัจจุบันชนเผ่ามลาบรี อาศัยอยู่ในเขต อ.เวียงสา และ อ.สันติสุข จ.น่าน มลาบรีอาศัย อยู่กระจัดกระจาย ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในเขตจังหวัดแพร่และน่านเท่านั้น
ชนเผ่ามละ หรือที่คนอื่นเข้าใจในชื่อเผ่าตองเหลืองหรือ มลาบรี โดยสามารถแบ่งความหมายของชื่อของชนเผ่านี้ได้ดังนี้คือ “มละ” แปลว่า คน ( ซึ่งคำนี้ต้องอ่านควบกันทั้งสองพยางค์ทีเดียว) เป็นคำที่ชนเผ่านี้ใช้เรียกชนเผ่าของตนเอง และจะใช้เรียกชนเผ่าอื่นๆหรือ ชนชาติอื่นว่า “กวั๊ร” ส่วนคำว่า บรี นั้นหมายถึงป่า ซึ่งเป็นคำที่เพิ่งมาเพิ่มตอนหลังๆ จึงทำให้เกิดคำว่า มลาบรี “Mlabri” หมายถึง “ คนป่า ” แต่ชนเผ่านี้อยากให้เรียกพวกเขาว่า “ชนเผ่ามละ” ที่หมายถึง “คน” ไม่ใช่ “มลาบรี” ที่หมายถึง “คนป่า” เพราะพวกเขาไม่ใช่คนป่า พวกเขาเพียงใช้ชีวิตอยู่ในป่าเท่านั้น หรือเป็นชื่อที่พวกเขาเองไม่ได้ใช้เรียกกับตัวเอง แม้กระทั่งภายหลังเริ่มมีคำว่า “ผีตองเหลือง” เป็นคำที่คนอื่นตั้งให้พวกเขา ทั้งที่พวกเขาไม่ได้เป็นผี เขาก็เป็นมนุษย์เสมือนเราทุกคน คำนี้เป็นคำที่ “ชนเผ่ามละ” ไม่ชอบ การไม่เรียกชื่อนี้กับพวกเขาถือเป็นการให้เกียรติ คำว่า ผีตองเหลืองมาจากเมื่อ “ชนเผ่ามละ” อาศัยอยู่ในป่า มีการหาของป่ากินเป็นอาหารเช่น เผือก มัน กล้วย หน่อ สัตว์ป่า ผึ้ง เป็นต้น เมื่ออยู่ได้ 2-3 วัน ก็จะมีการเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ไปเรื่อย ๆโดยมีผู้นำครอบครัวแต่ละครอบครัวมาคุยกันก่อน บางครั้งการย้ายนั้นไม่ใช่ว่าอาหารในป่าหมด แต่เป็นเพราะว่า ชนเผ่า “มละ” นั้นเกรงกลัวมนุษย์ ที่จะไปรุกราน รบกวน หรือทำร้ายพวกเขา ฉะนั้นเมื่อมีคนแปลกหน้าหรือได้ยินเสียงคนก็ตามเข้าไปใกล้เขตที่พวกเขาอาศัยอยู่ พวกเขาก็จะพาครอบครัวหลบหนีอย่างว่องไว โดยทิ้งไว้แค่เพิงพักอาศัยเท่านั้น เพราะว่าเมื่อก่อนเคยมีญาติพี่น้องของพวกเขาถูกยิงตายต่อหน้าต่อตา จึงทำให้พวกเขาเกรงกลัวคนมาก ต้องย้ายไปเรื่อยๆ ไม่เป็นที่เป็นแหล่ง ไม่กล้าส่งเสียงดัง ไม่กล้าสุมไฟเป็นกองใหญ่ ขณะเดียวกัน เพิงพักที่พวกเขาอาศัยอยู่ ซึ่งมุงด้วยใบตองเขียวสดก็เริ่มเหลืองและแห้งไปในที่สุด จึงเป็นที่มาของคำว่า “ ผีตองเหลือง” ในเวลาต่อมา แต่คำที่พวกเขาภูมิใจและอยากให้คนทั่วไปเรียกมากที่สุด คือ คำว่า ชนเผ่ามละ
ชนเผ่า มละ อาศัยอยู่ในพื้นที่ 2 จังหวัดในประเทศไทย คือ ที่หมู่บ้านห้วยหยวก อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ส่วนในจังหวัดแพร่ อาศัยอยู่ในพื้นที่ บ้านทะวะ อำเภอสอง และบ้านห้วยฮ่อมอำเภอร้องกวาง ซึ่งชุมชนแต่ละที่ก็เกิดจากการอพยพโยกย้ายไปมา จนก่อตั้งเป็นชุมชนในเวลาต่อมาอ่านเพิ่มเติม






ศศช.บ้านครกหนานทา การแสดงกับการแต่งกายชนเผ่าม้ง

วัฒนธรรมการแสดงกับการแต่งกายชนเผ่าม้ง
รายละเอียด ประชาชนบนพืื้นที่ที่อาศัยอยู่ในบ้านครกหนานทา เป็นชาวเขาเผ่าม้ง เป็นชนเผ่าม้งเขียว การแต่งกายของผู้หญิง จะสวมกระโปรงสีฟ้าแก่ ประดับลายภาพวาดด้วยขี้ผึ้งและมีปักลวดลายใน ส่วนล่างของกระโปรง มีผ้าคาดเอวสีแดง ผ้าห้อยลงมาสีดำ เสื้อเป็นสีต่าง ๆ คอปกเสื้อเล็ก กว่าม้งขาว 4 นิ้ว ขอบปกเป็นรูปโค้ง ไม่มีผ้าโพกหัว แต่มีผ้าถักบาง ๆ แถบเป็นลายดอกไม้สีแดง พันรอบมวยผม
ชาย ใส่กางเกงดำเหมือนม้งขาว แต่เป้ากางเกงหย่อนลงมาจนเกือบถึงพื้น ดินแบบ อาหรับ ปลายขารัดที่ข้อเท้า สวมหมวกทำด้วยผ้าแพรต่วน ไม่มีขอบ



ศศช.บ้านครกหนานทา ป่าชุมชน

แหล่งท่องเทียว : ป่าชุมชนบ้านครกหนานทา ขึ้นทะเบียนและเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2556 ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยโรง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ เนื้อที่ 1,800 ไร่ ประเภทป่า : ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชุมชนของบ้านครกหนานทาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หน่วยลาดตะเวนป่าชุมชน ได้ติดป้ายตามแนวพื้นที่ของป่าชุมชน
การเข้าร่วมกิจกรรม การดูแลป่าชุมชน สมาชิกในหมู่บ้านทุกวัยร่วมปลูกป่าในพื้นที่ป่าชุมชน ปลูกต้นไม้ทดแทน และปลูกเพ่ิ่ม กิจกรรมร่วมกัน ทำฝายชะลอน้ำ ติดป้ายเขตป่าชุมชนบริเวณตามแนวป่าชุมชนบ้านครกหนานทา โดยการประสานงานและสนับสนุนการจัดกิจกรรม จาก สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่
ผู้เขียน/ภาพ โดย อัจจิมา วรรณเลิศ




ศศช.บ้านครกหนานทา กลุ่มประดิษฐ์ของชำร่วยชาวเขาเผ่าม้ง

กลุ่มประดิษฐ์ของชำร่วยชาวเขาเผ่าม้ง


ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" บ้านครกหนานทา ส่งเสริมและจัดการเรียนรู้ การประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ ได้แก่ การทำกระเป๋า พวงกุญแจ ยางรัดผมชาวเขา เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน ที่ว่างจากการประกอบอาชีพ ว่างจากการเรียนในช่วงปิดภาคเรียน มาเรียนรู้ร่วมกับกลุ่มแม่บ้าน ที่มีความถนัดในการประดิษฐ์ อาศัยการออกแบบจากกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น ในการประดิษฐ์ของใช้ เพิ่มช่องทางการประกอบอาชีพ และทำเป็นอาชีพเสริม ตลอดจนร่วมอนุรักษ์งานหัตถกรรมชนเผ่าให้คงอยู่กับสตรีม้งต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น
ผู้เขียน/ภาพ โดย อัจจิมา วรรณเลิศ



ศศช.บ้านครกหนานทา ผ้าเขียนเทียนชาวม้ง

ผ้าเขียนเทียนชาวม้ง
ความเป็นมา
บ้านครกหนานทา มีสภาพทางกายภาพทั่วไป บางส่วนเป็นที่ราบเชิงเขา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้และเป็นพื้นที่ราบ ประชาชนเป็นชาวเขาชนเผ่าม้ง อาชีพหลักประกอบอาชีพการเกษตร อาชีพรอง คือ การเลี้ยงสัตว์ และในเวลาว่างสำหรับกลุ่มสตรีในหมู่บ้าน กลุ่มสตรีจะรวมกลุ่มนั่งเย็บปักผ้าปักชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านในการเย็บปักทำเครื่องสวมใส่ให้ตนเองและคนในครอบครัวของผู้หญิงชาวม้ง
ผ้าเขียนเทียน เป็นศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าเป็นเอกลักษณ์อีกแบบหนึ่งของชาวม้งที่มีการทำในกลุ้มม้งลายเท่านั้น เป็นภูมิปัญญาและศิลปะโบราณดั้งเดิมที่เป็นมรดกตกทอดมาแต่บรรพบุรุษ ถ่ายทอดสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นหลายชั่วอายุคนจนถึงปัจจุบัน ผ้าเขียนเทียนเป็นผ้าที่ชนเผ่าม้งผูกพันธ์คู่มากับความเป็นชนเผ่า ผู้หญิงชาวม้งลายทุกคนมีความสามารถในการวาดลวดลาย เขียนเทียนลงบนผืนผ้าที่ตระเตรียมไว้ได้อย่างละเอียดซับซ้อน ผ่านกระบวนการจนเสร็จสิ้นเป็นผืนผ้าสำเร็จที่สวยงาม ผ้าม้งเขียนเทียนจึงเป็นที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้ตัดเย็บเป็นกระโปรงผู้หญิง ชาวม้งจะบรรจงวาดลวดลาย เขียนเทียน แล้วนำไปย้อมสีและอัดกลีบแล้วจึงนำไปตัดเย็บ
ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านครกหนานทา ตระหนักและเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมวิถีชนเผ่า งานหัตกรรมพื้นบ้าน งานหัตกรรมชนเผ่าม้งที่ควรค่าในการอนุรักษ์ให้คงอยู่และสืบทอดรุ่นต่อรุ่น ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ และเป็นช่องทางส่งเสริมอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ตามศักยภาพที่มีอยู่ของชุมชน งานหัตกรรมชาวเขาเผ่าม้ง การเขียนเทียนบนผืนผ้า เป็นเอกลักษณ์หนึ่ง ที่มีความงดงามตามวิถีของชนเผ่า คนในชุมชนสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดงานหัตกรรมให้โดดเด่น พัฒนาต่อเนื่องให้เป็น
ที่รู้จักของคนทั่วไป และมีโอกาสนำเสนองานหัตกรรมในช่องทางการตลาดได้ต่อไป









ศศช.บ้านครกหนานทา การปลูกการแฟอราบิก้า

ปลูกกาแฟอราบิก้า

ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" บ้านครกหนานทา ส่งเสริมให้คนในชุมชนปลูกกาแฟอราบิก้า ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ประกอบกับพื้นที่ของสมาชิกในชุมชนมีการปลูกไม้ผลกันมาก พื้นที่ระหว่างต้นไม้ผลสามารถปลูกกาแฟโดยเป็นความต้องการของสมาชิกในชุมชนในการต้องการเรียนรู้การปลูกกาแฟ โดยเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกไม้ผลและพืชเศรษฐกิจ จำนวน 8 ราย รายละ 1 ไร่ และมีผู้สนใจและหาต้นพันธุ์กาแฟมาปลูกเอง และเพาะพันธุ์และย้ายกล้า ดูแลต้นกล้าพันธุ์ เพื่อนำปลูกในไร่ เพิ่มอีก จำนวน 3 ราย รวมเป็น 11 ราย มีพื้นที่ปลูกกาแฟ จำนวน 15 ไร่ ในปี 2562
ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา "แม่ฟ้าหลวง" บ้านครกหนานทา ส่งเสริม สนับสนุนและจัดการเรียนรู้ การปลูกกาแฟอราบิก้า ปัจจุบัน มีสมาชิกผู้ปลูกกาแฟ จำนวน 11 ราย
ผู้เขียน / ภาพ โดย อัจจิมา วรรณเลิศ





ข้อคิดเห็นจากเครือข่าย TKP

 
Copyright © 2018 Thailand Knowledge Portal. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand